จ่อตั้ง 2 ข้อหาหนัก ฟันคลินิกอุ้มบุญย่านเพลินจิต

ผู้ช่วย ผบ.ตร. เตรียมตั้ง 2 ข้อหาหนักเอาผิดคลินิกอุ้มบุญย่านเพลินจิต หลังพนักงานสอบสวน ได้สอบพยานแล้ว ด้าน "ชิเกตะ" พ่ออุ้มบุญชาวซามูไร ยังไร้เงา จนท.เชื่อจะเดินทางมาให้ปากคำ เนื่องจากต้องมีการยื่นคำร้องเป็นพ่อเด็กอุ้มบุญ
วันที่ 27 ส.ค.57 มีรายงานว่า พ.ต.อ.เดชา พรมสุวรรณ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ได้นำสำนวนคดีอุ้มบุญเข้าพบ พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อวางแนวทางการสืบสวนสอบสวน
พล.ต.ท.ก่อเกียรติ เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้วรวม 7 คน ส่วนที่เหลืออีก 4 คน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะแล้วเสร็จ พร้อมยืนยัน ตำรวจสามารถดำเนินการเอาผิดกับนายแพทย์พิสิฐ สันติวัฒนากุล เจ้าของสถานพยาบาลออลไอวีเอฟ เวชกรรม เฉพาะทางสูตินรีเวชย่านเพลินจิตได้ ใน 2 ข้อหา คือ ไม่ควบคุมดูแลแพทย์ในสถานพยาบาลให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าดัวยวิชาชีพเวชกรรม มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท และ ข้อหาลักลอบเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีหลักฐานและพยานบุคคลรวมทั้งสถานที่ในการกระทำผิดที่ชัดเจน
ด้านนายชิเกตะ มัทซึโตกิ พ่อชาวญี่ปุ่นนั้น ได้สั่งการให้กองการต่างประเทศ รวมทั้งประสาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบและชี้แจงรายงานความเป็นอยู่ของเด็กและพ่อชาวญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างรอเอกสาร
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ประสานไปยังประเทศญี่ปุ่น ที่เชื่อว่านายชิเกตะอาศัยอยู่ เพื่อนำตัวกลับมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเชื่อว่านายชิเกตะจะเดินทางมาให้ปากคำ เนื่องจากจะต้องมีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเป็นผู้ปกครองของเด็ก
ส่วนการดำเนินคดี กับพ่อชาวญี่ปุ่นและอุ้มบุญนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากการผลการตรวจดีเอ็นเอได้ยืนยันว่านายชิเกตะเป็นพ่อของเด็กทั้ง 12 คนจริง รวมทั้งยังไม่พบว่ามีความผิดเข้าข่ายการค้ามนุษย์ จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้
ทั้งนี้ การติดต่อขอรับตัวเด็กอุ้มบุญทั้งหมดไปไว้ในความดูแลนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เป็นผู้ดูแล.
ืที่มา: www.thairath.co.th
0 comments:
แสดงความคิดเห็น